การขับรถลุยน้ำที่น้ำรอระบาย ต้องทำอย่างไรถึงรถถึงจะปลอดภัยไร้ปัญหา


ประกันภัยชั้น 1

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ นอกจากเราจะต้องเผชิญกับปัญหาฝนตกรถติดแล้ว เรายังอาจจะต้องพบกับปัญหาน้ำท่วมขังหรือน้ำรอระบายบนท้องถนน ซึ่งถ้าน้ำท่วมสูงจนเข้าไปในรถและถ้าคุณไม่มีประกันภัยชั้น 1 หรือประกัน 2+ ก็คงจะต้องหนักใจอย่างแน่นอนเพราะค่าซ่อมคงแพงน่าดู ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำว่าถ้าเราจำเป็นจะต้องขับรถลุยน้ำรอระบาย จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ขับขี่ปลอดภัยทั้งตัวรถและตัวเรา มาดูกัน

ประเมินระดับน้ำที่ท่วม

ก่อนจะตัดสินใจขับรถลุยน้ำท่วมอันดับแรกที่ต้องทำเลยก็คือ การประเมินระดับน้ำที่ท่วมขึ้นมาว่าสูงระดับไหน เสี่ยงเกินไปหรือเปล่าที่จะขับลุย การประเมินเบื้องต้นก็ให้ดูว่า น้ำท่วมสูงเกินประมาณข้อเท้าหรือเปล่า ถ้าอยู่ที่ประมาณข้อเท้าหรือเลยมาเล็กน้อยก็ยังสามารถขับผ่านไปได้ แต่ถ้าน้ำท่วมสูงถึงใต้ท้องรถ ถึงขอบประตู หรือปลายท่อไอเสีย จริง ๆ ก็จะขอแนะนำให้เลี่ยงการขับลุยไป แต่ถ้าจำเป็นต้องขับลุยไป ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ในกรณีแบบนี้เราจะเห็นประโยชน์ของประกันภัยชั้น 1 เลย ว่ามีความจำเป็นขึ้นมาทันที เพราะในกรณีที่เราตัดสินใจขับลุยน้ำท่วมไปจนน้ำเข้ารถและสร้างความเสียหายให้รถในภายหลัง ประกันภัยชั้น 1 ยังให้ความคุ้มครองเราสามารถที่จะมาเคลมประกันในกรณีแบบนี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าช่วยลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมไปได้มากเลยทีเดียว จึงอยากจะแนะนำให้ผู้ขับขี่ทุกคนพิจารณาในเรื่องประกันตรงนี้เอาไว้ด้วย

ถ้าจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วมสูงควรปฏิบัติอย่างไร

1.ต้องปิดแอร์ทันที

ถ้าตัดสินใจจะขับรถลุยน้ำท่วม ต้องรีบปิดแอร์ทันทีเพราะถ้าเปิดแอร์ไว้ พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำจะทำงาน ซึ่งเมื่อน้ำท่วมถึงเมื่อไหร่ พัดลมจะตีน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดไฟช็อต เครื่องยนต์ดับ รวมไปถึงอาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ใบพัดลมเกิดความเสียหายได้ด้วย

2.ขับด้วยเกียร์ต่ำ

การใช้เกียร์ขณะขับรถลุยน้ำท่วมให้ใช้เกียร์ต่ำ เพราะว่ารถจะต้องใช้แรงในการฝ่าน้ำ รวมไปถึงเราจะต้องควบคุมความเร็วรถให้ต่ำลงด้วย โดยให้รักษารอบเครื่องยนต์ไว้ที่ประมาณ 1,500-2,000 รอบ/นาที เพราะถ้าหากขับเร็วก็อาจจะเกิดคลื่นน้ำที่จะไปกระทบกับขอบทางเท้า แล้วย้อนกลับเข้ามาที่ตัวรถ

3.ทิ้งระยะห่างให้เหมาะสม

หากมีรถขับอยู่ข้างหน้า การขับขี่ลุยน้ำท่วมแบบนี้ก็จะต้องรักษาระยะห่างให้เหมาะสม ต้องเว้นระยะให้ห่างจากคันหน้าพอสมควร ซึ่งก็เพื่อความปลอดภัยและเป็นการประเมินลักษณะของพื้นผิวถนนที่จมอยู่ใต้น้ำโดยดูจากรถคันหน้านั่นเอง

4.หลังพ้นน้ำท่วม ใช้ความเร็วต่ำและย้ำเบรก

เมื่อคุณขับรถพ้นมาจากบริเวณที่พื้นน้ำท่วมได้แล้ว แนะนำว่าให้ยังคงใช้ความเร็วต่ำเอาไว้ก่อน และให้คอยเหยียบเบรกย้ำ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากผ้าเบรก เบรกจะได้ไม่ลื่น

กรณีเกิดเครื่องยนต์ดับ

ถ้าขับรถลุยน้ำท่วมมาสักระยะหนึ่งแล้ว เครื่องยนต์เกิดดับ ต้องหลีกเลี่ยงการสตาร์ตเครื่องยนต์ เพราะจะทำให้น้ำเข้าไปในระบบเครื่องยนต์และจะทำให้ระบบเครื่องยนต์เสียหายหนัก ทางออกในเรื่องนี้คือ เข็นหรือลากรถไปอยู่ในบริเวณที่พ้นน้ำหรือไม่มีน้ำท่วม จากนั้นค่อยดูอาการรถอีกครั้งว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

นี่คือวิธีการขับรถลุยน้ำท่วมแบบปลอดภัยทั้งรถทั้งคน อย่างไรก็ดีถ้ารู้ตัวว่าจำเป็นจะต้องใช้รถเดินทางตลอด แม้น้ำท่วมบางครั้งก็ต้องฝ่าไป ก็แนะนำว่าของพิจารณาเรื่องการทำประกันภัยชั้น 1 หรือประกัน 2+ ไว้บ้างก็ดี เพราะแผนประกันเหล่านี้ให้ความคุ้มครองกรณีรถเสียหายจากน้ำท่วมด้วย ถ้าสนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูกันได้ที่เว็บ EasyCompare เปรียบเทียบประกันแบบชัดเจนและถูกใจประกันค่ายไหนก็สามารถซื้อได้ทันทีเลยด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *